:ดึงต้นกล้าให้โต

拔 อ่านว่า ป๋า แปลว่า ดึง
苗 อ่านว่า เหมียว แปลว่า หน่อ ต้นกล้า
助 อ่านว่า จู้ แปลว่า ช่วย
长 อ่านว่า จ่าง แปลว่า เติบโต
กาลครั้งหนึ่งเมื่อย่างเข้าฤดูหว่านไถ มีชาวนารัฐซ่ง ผู้หนึ่งที่มีนิสัยใจร้อน ภายหลังหว่านกล้าลงนาเรียบร้อย เขาก็เฝ้ารอคอยโดยหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วๆ
ดังนั้น ทุกๆวันเขาจะไปนั่งที่ทุ่งนา และเฝ้าคิดว่าเหตุใดต้นกล้าเหล่านี้จึงเติบโตช้าเหลือเกิน จนอดรนทนไม่ไหว เขาจึงพยายามขบคิดหาวิธีการที่จะทำให้ต้นกล้าโตเร็วกว่าเดิม
สุดท้ายจึงคิด "วิธีที่ดีที่สุด" ออกมาได้ นั่นคือ ใช้มือดึงให้ต้นกล้าโผล่พ้นดินขึ้นมามากขึ้น ซึ่งเมื่อมองดูจะคล้ายต้นกล้าเติบโตและสูงขึ้นกว่าที่เป็น
หลังจากปฏิบัติการตามวิธีที่คิดได้มาทั้งวันจนเสร็จสิ้น เขาพอใจผลงานของตนเองเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และเมื่อถึงบ้าน เขาจึงเล่าให้คนในครอบครัวฟังว่า "วันนี้ข้าทำงานเหนื่อยเหลือเกิน แต่ก็คุ้มค่าเพราะช่วยทำให้ต้นข้าวโตเร็วขึ้นมาอีกหลายข้อเลย"
เมื่อบุตรชายของเขาได้ฟัง ก็รีบวิ่งไปที่ทุ่งนา เพื่อดูผลงานของผู้เป็นบิดา แต่ทว่า...สิ่งที่พบคือ ต้นกล้านั้นได้เหี่ยวเฉาตายเต็มท้องทุ่งนา
ภายหลัง "ป๋าเหมียวจู้จ่าง หรือ ดึงต้นกล้าให้โต" ใช้เปรียบเทียบกับการพยายามฝืนกฏเกณฑ์ธรรมชาติ หรือการรีบร้อนเร่งให้งานใดๆสำเร็จโดยใช้วิธีที่ผิด จนก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา
เริดมาก ขอบคุณที่แบ่งปันกันนะ รอดูบล็อกเราหละกันอิอิ ยังไม่เริ่มเลยสักแอะ
ตอบลบการกระทำการใดควรกระทำอย่างมีสติ ไม่ควรใช้อารมณ์ในการตัดสินการใดๆเพราะถ้าเกิดทำลงไปในขณะที่จิตใจไม่สงบ ก็จะมีแต่สิ่งร้ายๆตามมา และจะกระทำการใดก็ไม่ควรฝืนธรรมชาติ ต้นไม่ต้นหญ้าก็เหมือนชีวิตมนุษย์ที่ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ดังนั้นต้นกล้าก็เหมือนกันคือก็ต้องเจริญเติบโตตามวันเวลาของมันถ้าจะเร่งให้มันเก็บเกี่ยวได้รวดเร็วก็เป็นไปไม่ได้เพราะมันก็ต้องใช้ระยะเวลาในการเติบโตของมันเอง
ตอบลบนิทานเด็ก ๆ แต่ มีสาระดีนะ
ตอบลบเนื้อหามีาสาระดีนะคะ อ่านแล้วได้ข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันด้วย น่าอ่านดีค่ะ
ตอบลบ